บ้านที่อยู่ในเขตเมืองหรือชานเมืองที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด อาจจะไม่มีพื้นที่กว้างพอที่จะปลูกพืชผักสวนครัว แต่หากจะพอมีที่ดินข้างบ้านแคบๆ ที่ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เราก็สามารถทำ “สวนผักในบ้าน” ทั้งดูสวยงามและมีประโยชน์ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพที่ต้องการปลูกผักปลอดสารพิษไว้ทานเอง

ซึ่งคราวนี้ คุณ Daisy จากเว็บไซต์ Scgbuildingmaterials.com จะมาแนะนำ “6 ขั้นตอนการจัดสวนสวยด้วย สวนผักในบ้าน” ให้ชาวเว็บได้ชมกันครับ ใครที่อาศัยอยู่ในเมืองและกำลังมองหาแนวทางในการปลูกผักสวนครัวเล็กๆ ไว้ทานเอง ลองมาชมกันเลยครับ


Step 1 : เริ่มต้นคือเคลียร์พื้นที่

อาจจะยังไม่เห็นภาพสวนผักที่ชัดเจนหากยังมีวัชพืชรกร้าง ซากวัสดุที่ไม่ได้ใช้กองรวมกันอยู่บนที่ดินของเรา ขั้นตอนแรกจึงจำเป็นจะต้องเคลียร์ทุกอย่างออกให้เกลี้ยง เพื่อให้เห็นสภาพของผิวดินที่แท้จริง หากมีวัชพืชให้ใช้จอบถางรากออกให้หมด  หากมีกองขยะหรือเศษวัสดุเหลือใช้ให้ขนย้ายออก จากนั้นพรวนดินให้นิ่ม แล้วปรับระนาบดินให้เสมอกันรดน้ำให้ชุ่มทิ้งไว้หนึ่งคืน หากดินส่วนไหนยุบเป็นหลุมให้เติมดินเพิ่มจนเต็มและแน่นเสมอกัน

Step 2 : สร้างแปลงปลูก

ขั้นตอนต่อมาคือการสร้างแปลงปลูก แปลงปลูกผักแบ่งได้เป็นสองแบบคือ แปลงขุดและแปลงยกสูง ทั้งสองแบบขึ้นอยู่ที่ความเหมาะสมในการใช้งาน เช่นบ้านไหนมีสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข แมว ไก่ เป็ด หรือกระต่าย ควรทำเป็นแปลงยกสูงเพื่อไม่ให้สัตว์เหล่านั้นบุกทำลายแปลงผักที่กำลังงอกงาม แต่หากเลือกแปลงขุด ผักที่ปลูกก็จะดูดซึมสารอาหารจากใต้ดินได้ดีแถมรากยังเติบโตได้อย่างอิสระ แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เดินไปเหยียบย่ำ หากจะจัดสวนผักให้เป็นสวนตกแต่งบ้านด้วยแล้วขอแนะนำให้ปลูกลงแปลงแบบยกสูง โดยก่ออิฐเป็นแปลงสร้างขนาดและขอบเขตอย่างชัดเจน วัสดุที่สร้างแปลงผักควรเป็นวัสดุที่เก็บความชื้นและระบายอากาศได้ดี อย่างอิฐมอญ ดินปั้น อิฐชานอ้อย เป็นต้น

ใช้อิฐมอญซึ่งหาซื้อได้ง่ายในการสร้างเป็นแปลงยกสูง
โดยใช้ควบคู่กับปูนก่อฉาบ ซึ่งสามารถใช้กับงานโครงสร้างขนาดเล็กได้

ปูนปั้นแม่ไก่และลูกเจี๊ยบ อีกหนึ่งของตกแต่งที่สร้างชีวิตชีวาให้สวนได้

ขอบคุณภาพจาก http://thecottagemarket.com

Step 3 : เตรียมดิน

ดินสำหรับปลูกผักจำเป็นจะต้องเป็นดินที่ผสมกับวัสดุปลูกซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตให้กับผักของเรา สัดส่วนของดินขึ้นอยู่กับขนาดของแปลงด้วย โดยแบ่งสัดส่วนดังนี้ ทรายละเอียด 1 ส่วน ดินร่วนซุย 1 ส่วน อินทรีย์วัตถุ เช่น ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยหมัก หรือขี้เลื่อย 1 ส่วน หรืออาจจะซื้อดินสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายในร้านขายต้นไม้ ทั้งนี้สามารถเพิ่มปุ๋ยเคมีเข้าไปในสัดส่วนนี้เพื่อให้ได้ผักที่เติบโตงอกงาม แต่หากต้องการปลูกผักออแกนิคก็ควรหลีกเหลี่ยงสารเคมีใดๆ หรืออาจจะใช้ปุ๋ยหมักผสมในวัสดุปลูกก็จะช่วยให้ผักเติบโตงดงามยิ่งขึ้น

Step 4 : เลือกผักที่จะปลูก

ขั้นตอนของการเลือกผักที่จะปลูกนั้นไม่มีกฎตายตัว นั่นคือสามารถเลือกปลูกได้แบบตามใจชอบ แต่ขั้นตอนสำคัญอยู่ที่การเลือกเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าอ่อนที่จะนำมาปลูก โดยต้องเลือกต้นกล้าผักที่มีลำต้นตรง ใบไม่เหลือง และมีขนาดพอดีกับกระถางหรือถุงเพาะชำ ก่อนปลูกนำต้นกล้าในกระถางไปแช่น้ำไว้ 3-5 นาที จากนั้นจึงปลูกลงหลุมพร้อมกลบดินให้เรียบร้อย รดน้ำให้ชุ่มเป็นขั้นตอนสุดท้าย ผักที่นิยมปลูกในสวนที่สามารถใช้ประโยชน์ทั้งรับประทานและมีรูปฟอร์มที่สวยงามได้แก่ โรสแมรี่ ผักชี ผักชีลาว ผักชีฝรั่ง กะเพรา ใบบัวบก พริกบราซิล กะหล่ำประดับ สะระแหน่ ผักสลัด เป็นต้น

ต้นโรสแมรี่ และ ต้นกะเพราแดง

Step 5 : แดดแรงๆ น้ำเยอะๆ คือสิ่งที่ผักต้องการ

เป็นอีกหนึ่งข้อดีของสวนผักโดยเฉพาะผักพื้นบ้านเพราะส่วนใหญ่แล้วผักจะชอบแสงแดด บางชนิดก็ชอบแดดเต็มวัน ที่ดินที่จะปลูกผักจึงไม่จำเป็นจะต้องมีต้นไม้ใหญ่มาบังแดด หากมีที่ดินโล่งๆ ก็เหมาะมากเลยทีเดียว แต่สิ่งที่ผักต้องการมากๆ คือน้ำ ต้องรดทั้งเช้าและเย็น หากผักขาดน้ำลำต้นจะแคระแกรน ฉะนั้นสิ่งสำคัญอีกอย่างในการจะจัดสวนผักคือการวางระบบน้ำ หากพื้นที่ขนาดเล็กก็ใช้วิธีรดน้ำเองโดยต้องต่อท่อก๊อกให้อยู่ใกล้ๆ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน แต่หากไม่มีเวลาก็สามารถติดตั้งสปริงเกลอร์รดน้ำได้

Step 6 : สวนผักจะสวยต้องตกแต่ง

จะใช้ประโยชน์แค่รับประทานเพียงอย่างเดียวก็คงไม่ใช่ เพราะสวนในบ้านย่อมต้องการความสวยงาม ซึ่งเราสามารถเติมแต่งให้สวนผักข้างบ้านสวยน่าชมได้ ด้วยการตั้งตุ๊กตาปูนปั้นรูปสัตว์ วางอุปกรณ์ทำสวนประดับให้ดูน่ารัก หรือการทำหิ้งเก็บของง่ายๆ สำหรับเก็บกระถางเพาะชำที่ไม่ใช้แล้ว รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมืออย่าง จอบ เสียม คราด บัวรดน้ำ ก็นำมาวางเรียงเป็นอุปกรณ์ตกแต่งได้อีกทาง การเลือกของตกแต่งสวนผักนั้นต้องเป็นของที่ใช้งานได้จริง และอาจจะดูเก่าแบบวินเทจ (Vintage Style) ก็จะให้อารมณ์ที่ดูเหมือนสวนอิงลิชคอตเทจ (English Cottage Garden) ที่ นิยมใช้ผักปลูกประดับมากขึ้น

เครื่องไม้เครื่องมือทำสวนก็ตกแต่งให้เป็นพร๊อพเก๋ๆได้

เพราะเป็นรูปแบบสวนที่ทำง่ายมากๆ อาศัยทักษะงานช่างพื้นฐานที่คุณพ่อบ้านสามารถทำได้อย่างขั้นตอนของการก่ออิฐสร้างแปลงผัก  ส่วนคุณแม่บ้านก็ทำหน้าที่ปลูกผักลงดิน ปิดท้ายด้วยขั้นตอนการรดน้ำโดยแบ่งให้เป็นหน้าที่ของลูกๆ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสานสัมพันธ์ของทุกคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือความภาคภูมิใจเมื่อผลผลิตเติบโตจนสามารถรับประทานได้นั่นเอง

เจ๋งไปเลยใช่มั้ยละครับ ลองปรับใช้กันดูนะ…

ที่มา : Scgbuildingmaterials.com